แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตำนาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตำนาน แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แม่คงคา



แม่คงคา  เทวีผู้คุ้มครองสายน้ำ  เป็นเทวีที่ีคนไทยรู้จักคุ้นเคยดีอีกองค์หนึ่ง  เพราะวิถีชีวิตมนุษย์ย่อมผูกพันอยู่กับสายน้ำ  บ้านเรือนผู้คนส่วนมากมักปลูกอยู่ริมน้ำ  อาศัยน้ำทำมาหากินหล่อเลี้ยงชีวิต

ตำนานแม่คงคา น่าจะมาจากอินเดีย  เล่าว่าแม่คงคาแต่เดิมก็เป็นเทวีแห่งสายน้ำอยู่ในสวรรค์  ทีมองเห็นเป็นทางช้างเผือกนั่นแหละ  บางตำนานก็ว่า  แม่คงคาเป็นพี่สาวพระอุมา ฤทธิ์เดชก็คงไม่ย่อยเหมือนกัน แม่คงคามามีบทบาทตอนท้าวสัครราชทำพิธีอัศวเมธ  แต่พระอินทร์แอบมาลักม้าไป  ท้าวสัครราชจึงให้โอรสหกหมื่นองค์อออกเที่ยวตามหา

โอรสท้าวสัครราชก็หากันสุดฤทธิ์สุดเดช หาบนโลกไม่พบ  ก็ขุดหาจนถึงใจกลางโลก  พระพรหมกลัวโลกพังเพราะฝีมือนักขุดมหากาฬ  เลยให้พระนารายณ์ไปขวางไว้  แต่โอรสท้าวสัครราชไม่ยอม  จึงถูกพระนารายณ์สังหารเสียกลายเป็นเถ้าธุลี

ด้วยบาปที่อวดอหังการไม่รู้ว่าไผเป็นไผ  โอรสท้าวสัครราชทั้งหกหมื่นองค์ก็เลยต้องทนทุกข์ทรมานไม่ได้ขึ้นสวรรค์

ท้าวสัครราชทำพิธีบวงสรวงขอให้พระแม่คงคาลงมาช่วยชำระบาปให้โอรสทั้งหกหมื่น จะได้ขึ้นสวรรค์ไปเสวยสุขกับเขาบ้างแต่ไม่สำเร็จ  รุ่นลูกก็บวงสรวงต่อ จนมาถึงรุ่นหลานคือท้าวภคีรัถ  พระแม่คงคาถึงได้ใจอ่อน  ยอมเสด็จลงมา

แต่ด้วยความที่อิทธิฤทธิ์ของพระแม่คงคาเธอเหลือหลาย  บทจะมาก็มาแบบอุทกภัยยังไงยังงั้น  พระอิศวรผู้คุ้มครองโลกก็เลยต้องใช้พระเกศาเป็นเขื่อนรับน้ำ  แล้วผันลงมาตามเส้นเกศากลายเป็นแม่น้ำคงคา

ด้วยเหตุที่เชื่อว่าแม่คงคามาจากสวรรค์เพื่อช่วยชำระล้างบาปให้มวลมนุษย์ มิหนำซ้ำยังไหลผ่านเกศาพระอิศวรลงมา เลยศักดิ์สิทธิ์ยกกำลังสอง ชาวอินเดียจึงนับถือแม่น้ำคงคา  พากันตะเกียกตะกายเดินทางไปอาบน้ำชำระบาป คนเจ็บก็หามไปอาบน้ำเผื่อจะหาย ถ้าไม่หายก็เผากันที่ริมฝั่ง  เสร็จแล้วก็ลอยอังคารลงแม่น้ำ  ฝากแม่คงคาพาขึ้นสวรรค์ไปเลย

ส่วนคนไทยนั้น  นับถือแม่คงคาในอีกลักษณะหนึ่ง คือรักและผูกพัน กตัญญูรู้คุณที่ได้หล่อเลี้ยงชีวิต  แล้วก็เชื่อคล้ายๆคนอินเดียว่าน้ำจะช่วยชำระล้างสิ่งไม่ดีออกไป จึงมีประเพณีเกี่ยวกับการรดน้ำในโอกาสสำคัญๆของชีวิตอยู่หลายประเพณี ที่ชัดๆก็คือ ประเพณีสงกรานต์  แถมยังมีประเพณีลอยกระทง ที่นอกจากจะลอยบาป ลอยเคราะห์ฝากสายน้ำไปแล้ว ก็ยังถือโอกาสขอขมาลาโทษที่เคยทำอะไรๆไม่ดีต่อสายน้ำ นิสัยคนไทยแท้ๆก็น่ารักแบบนี้แหละ คนไทยกับสายน้ำถึงได้ถ้อยทีถ้อยอาศัย ปลูกบ้านก็ทำใต้ถุนสูง เปิดทางให้น้ำไหลผ่านไปได้แต่โดยดี ไม่มีปัญหา

มายุคหลังๆนี้ นิสัยน่ารักของคนไทยดูจะหายไป ทำอะไรเอาแต่ใจ ทั้งสร้างเขื่ิอนสร้างฝาย ปลูกบ้านขัดขวางทางเสด็จ แบบไม่ไว้หน้า แม่คงคาเธอคงจะอึดอัดขัดข้อง. หนักเข้าก็เลยสำแดงเดชให้ปรากฏเสียบ้าง


เมืองไทยได้ชื่อว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ อุดมสมบูรณ์อย่างน่าอิจฉา  ทั้งข้าวทั้งน้ำ  ถ้าบริหารจัดการดีๆ ก็เหลือกินเหลือใช้

บังเอิญมาเจอการบริหารจัดการแบบไร้ฝีมือ แถมหาผลประโยชน์กันไม่บันยะบันยัง  น่ารังเกียจ

แม่โพสพ  เทวีแห่งข้าว  เจอโครงการรับจำนำข้าว  เสียหายยับเยินเกินจะเยียวยา ขวัญหนีกระจุยกระเจิง กู่ไม่กลับไปแล้ว

ตอนนี้ถึงคิวแม่คงคา ว่าด้วยอภิมหาโปรเจคหลายแสนล้าน มันเร้าใจเสียจนใครก็ยั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ขนาดศาลออกมาติดเบรค ให้ศึกษาผลกระทบอย่างรอบคอบรอบด้าน ก็ยังทำท่าจะดื้อรั้นดันทุรัง ไม่ฟังเสียง


ฤทธิเดชพระแม่คงคาเธอน้อยอยู่เมื่อไหร่ ขืนบริหารจัดการเละเทะแบบที่ทำกับแม่โพสพ พระแม่คงคาเธอแผลงฤทธิ์ขึ้นมา  มีหวังได้ท่วมทั้งแผ่นดิน

คราวนี้ละ...ไม่ว่าใครก็เอาไม่อยู่











วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2556

แม่โพสพ

แม่โพสพ

คนไทย  ที่เติบโตขึ้นมาในสังคมไทย ๆ กินข้าวเป็นอาหารหลักกันมาแต่เล็กแต่น้อย  คงไม่มีใครไม่รู้จัก แม่โพสพ

แม่โพสพ  คือเทพธิดาซึ่งเชื่อกันว่าคอยคุ้มครองดูแลรักษาพืชพันธุ์ธัญญาหาร  โดยเฉพาะ ข้าว

ตำนานแม่โพสพมีมากมาย  หลากหลาย  ที่คล้าย ๆ กันก็คือ  แม่โพสพเป็นนางฟ้าใจดี  คอยคุ้มครองพืชพันธุ์ธัญญาหาร  เพื่อให้มนุษย์ไม่อดอยาก

แต่แม่โพสพก็ค่อนข้างอ่อนไหว  ขี้ใจน้อยตามประสาผู้หญิง  ในตำนานหลายเรื่องจึงกล่าวถึงการที่แม่โพสพน้อยอกน้อยใจที่คนไม่เห็นความสำคัญ  แล้วหนีไป  ทำให้ผู้คนเพาะปลูกไม่ได้ผล  ต้องเที่ยวติดตามงอนง้อขอให้แม่โพสพกลับมา

คนที่ทำอาชีพเกษตรกรรม  จึงมีประเพณีเอาอกเอาใจแม่โพสพในหลาย ๆ โอกาส  ไม่ว่าจะเป็นก่อนการทำนา  เก็บเกี่ยว  หรือขนข้าวขึ้นยุ้ง

ความเกรงอกเกรงใจ  ให้เกียรติแม่โพสพ ยังปรากฏในความเชื่อต่าง ๆ เช่น ห้ามกินข้าวเหลือ  ห้ามทำข้าวหก  เพราะแม่โพสพจะเสียใจ  เวลากินข้าวก็ห้ามเคาะจานข้าวเล่น เพราะแม่โพสพอาจจะขวัญอ่อน  ตกใจ  แล้วก็หนีไป ฯลฯ

ก็ไม่แน่ว่าจะเชื่อจริง  หรือเป็นกุศโลบาย  แต่อย่างน้อย  เรื่องแม่โพสพก็สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมไทยๆ ที่ผูกพันใกล้ชิด  เป็นมิตรกับธรรมชาติ  ที่เด่นชัดมาก ๆ ก็คือ  ความกตัญญูรู้คุณต่อธรรมชาติ  ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดิน  สายน้ำ  ต้นไม้ ฯลฯ

ต่างจากคนรุ่นใหม่ที่ใช้ธรรมชาติกันแบบไม่บันยะบันยัง  จนโลกร้อน  ฝนแล้ง  เกิดภัยพิบัติกันไปทั่ว

บางประเทศที่กินข้าวเป็นอาหารหลัก  อย่างที่เนปาล  ชาวบ้านเขาปลูกข้าวกินเองที่บริเวณหน้าบ้าน  เป็นแปลงเล็กนิดเดียว  เก็บเกี่ยวแล้วก็เอามานวดกันอยู่ตรงแถว ๆ ประตูบ้าน  คงพอเก็บไว้กินในครอบครัว  ไม่เหลือเผื่อขาย

ต่างจากเมืองไทยที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ  เดิมก็อาจแค่ปลูกไว้กิน  แต่เมื่อเพาะปลูกอะไรก็เหลือกิน  ที่ดินก็มีอยู่เหลือเฟือ  จากการปลูกข้าวไว้กินจึงเหลือเผื่อขาย  กลายเป็นพืชเศรษฐกิจ

แล้วเมื่อเป็นเศรษฐกิจ  ก็กลายเป็นปัญหา

ชีวิตชาวนาแต่เก่าก่อน  จะว่ารันทดก็คงไม่เชิง  เพราะวรรณกรรมพื้นบ้านสะท้อนให้เห็นความสุขเรียบง่ายสไตล์ชาวนา  เกี่ยวข้าวก็ร้องเพลงเล่น  ถึงเวลาเก็บเกี่ยวก็มาช่วยกันลงแขก  ได้ผลิตผลเหลือก็เอามาแบ่งปัน  ทำบุญทำทาน

อาชีพทำนาจึงเป็นอาชีพอิสระ  ที่สืบทอดกันต่อมาหลายต่อหลายชั่วอายุคน



ชีวิตขมขื่นของชาวนาไทย  เพิ่งจะสะท้อนออกมาในยุคหลัง ๆ  เมื่อข้าวกลายเป็นพืชเศรษฐกิจ  นายทุนเริ่มเข้าไปหาผลประโยชน์  ชาวนาถูกเอารัดเอาเปรียบ  ทำนาเท่าไหร่ก็ไม่ร่ำไม่รวย  ยิ่งทำมากก็ต้องลงทุนมาก  แต่กลับขายได้ไม่มากเท่าที่ลงทุน  เพราะตกเรี่ยเสียหายไปเข้ากระเป๋านายทุน


วิถีชีวิตชาวนาไทยที่ "หลังสู้ฟ้า  หน้าสู้ดิน" จึงออกจะรันทด  กดดัน จนกลายเป็นคับแค้น เหมือนที่ จิตร  ภูมิศักดิ์  กวีเพื่อชีวิต  พรรณนาว่า


"เปิบข้าวทุกคราวคำ      จงสูจำเป็นอาจิณ
ข้าวกูที่สูกิน                  จึงก่อเกิดมาเป็นคน
ข้าวนี้นะมีรส                 ให้ชนชิมทุกชั้นชน
เบื้องหลังสิทุกข์ทน       และขมขื่นจนเขียวคาว
จากแรงมาเป็นรวง        ระยะทางนั้นเหยียดยาว
จากรวงเป็นเม็ดพราว    นั้นทุกข์ยากลำบากเข็ญ
เหงื่อหยดสักกี่หยาด     ทุกหยดหยาดนั้นยากเย็น
ปูดโปนกี่เส้นเอ็น          จึงแปรรวงมาเปิบกิน..."

วิถีชีวิตพอเพียงของคนไทยสมัยก่อน  เงินทองไม่ได้มีค่ามากนัก  หรืออย่างน้อยก็ไม่ถึงเห็นเงินเป็นพระเจ้าเหมือนอย่างสมัยนี้

ผ้าก็ทอใช้เอง  ข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน  ส่วนมากก็ทำขึ้นเอง  ยาก็ใช้สมุนไพรใกล้ตัว  กับข้าวก็มีผักปลา  หาได้รอบบ้าน

เงินทำให้ชีวิตแปรเปลี่ยนไป
ความต้องการเงินและเครื่องอุปโภคบริโภคที่มากขึ้น  ทำให้ชีวิตคนยากขึ้น


เห็นการรับจำนำข้าวที่ขาดทุนมโหฬาร  มองเห็นกองข้าวที่เกิดจากหยาดเหงื่อแรงงานของชาวนามากองสุม  ไม่มีที่ระบาย  ปล่อยให้ขึ้นรา

ทั้งหลายทั้งปวง  ล้วนเกิดขึ้นด้วยฝีมือนักบริหารระดับที่บริษัทไหนก็ไม่จ้าง  ยกเว้นบริษัทประเทศไทย...


ตอนนี้สถานการณ์ข้าวไทยมีแต่ทรุด  จากที่เคยเป็นข้าวที่ดีที่สุดในโลก  ตอนนี้มีคนออกมาเสนอให้ขายเป็นอาหารสัตว์ไป  ยังดีกว่ากองให้เสื่อมสภาพ  เสียของเปล่า ๆ

อย่าว่าแต่ชาวนาเลยที่เจ็บช้ำ  แม่โพสพก็คงน้ำตาตก

แม่โพสพนี่  เรียกภาษาชาวบ้านก็คือขวัญข้าว
คิดว่าตอนนี้  แม่โพสพ  ขวัญข้าว  คงขวัญหนีดีฝ่อไปแล้วละ

เข้าใจว่าคงหนีไปตั้งหลักแถวเวียตนาม  พม่า ฯลฯ อะไรทำนองนั้น

ไม่รู้เหมือนกันว่า  แม่โพสพหนีไปคราวนี้จะตามกลับมาได้ง่าย ๆ หรือเปล่า

หรือเข็ดขยาดนโยบายข้าวไทย  หนีไปชนิดกู่ไม่กลับแล้วก็ไม่รู้